สุนทรฟาร์มเป็นมาอย่างไร ?
สุนทรฟาร์ม ก่อตั้งโดย คุณสุนทร สิวะโมกข์ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514
เริ่มต้นจากการเลี้ยงไก่ไข่เพียงไม่กี่ตัว และรวบรวมไข่ไก่จากชาวบ้านในละแวกเดียวกันไปขายที่กรุงเทพฯ แล้วนำอาหารจากกรุงเทพฯ กลับมาขายให้ชาวบ้าน โดยเดินทางทั้งทางเรือและทางรถไฟ ต่อมาได้ เปลี่ยนมาเลี้ยงไก่เนื้อและเลี้ยงปลาอยู่ระยะหนึ่งจึงหันมาเลี้ยงไก่ไข่อีกครั้งควบคู่ไปกับการเลี้ยงปลา ในขณะนั้นมีจำนวนไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้ประมาณ 2 หมื่นตัวและยังเป็นโรงเรือนแบบเปิดอยู่
ต่อมาในปี พ.ศ. 2541 ได้เปลี่ยนจากการเลี้ยงปลามาเป็นการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ และรื้อโรงเรือนไก่ไข่ออกไป บางส่วนเพื่อทำเป็นบ่อกุ้ง เนื่องจากในเวลานั้นกุ้งกุลาดำมีราคาดี รวมทั้งขยายการเลี้ยงกุ้งไปที่ตำบล บ้านสร้างบนเนื้อที่กว่า 120 ไร่ แต่ยังคงเลี้ยงไก่ไข่ควบคู่กันไปด้วย การเลี้ยงไก่ไข่ในระยะเวลาที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่ในปี พ.ศ. 2546 เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่และฟาร์มไก่จำนวนมากต้อง ประสบปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาด สุนทรฟาร์มต้องเผชิญปัญหานี้เช่นกัน ทำให้ต้องทำลายไก่ทิ้งจำนวน มากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และหยุดการเลี้ยงไก่ไข่เป็นเวลา 2 ปี
ในปี พ.ศ. 2548 สุนทรฟาร์มกลับมาเริ่มเลี้ยงไก่ไข่อีกครั้ง โดยปรับปรุงโรงเรือนเลี้ยงไก่มาใช้ระบบอีแวป (Evaporative Cooling System) ซึ่งเป็นการเลี้ยงในโรงเรือนแบบปิด สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ มีพัดลมระบายอากาศ ควบคุมความสะอาดและการฆ่าเชื้อต่างๆภายในโรงเรือน ในด้านการออกแบบและ ปรับปรุงโรงเรือน บริษัทเคพีไอได้เข้ามาช่วยคำนวณแรงลมที่เหมาะสมกับขนาดโรงเรือนทำให้โรงเรือนที่ ดัดแปลงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สุนทรฟาร์มยังได้มีการปรับเปลี่ยนจำนวนไก่ให้เหมาะสมเพื่อลดความแออัดและทำให้ไก่ของเรามีสุขภาพดีสมบูรณ์ สามารถให้ผลผลิตเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์สูงขึ้น ไข่ไก่ที่ออกสู่ท้องตลาดมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
โดยพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อจะมาจากพื้นที่ในจังหวัดเดียวกัน รวมทั้งมาจากจังหวัดอื่นๆ เช่น สระแก้ว อุบลราชธานี นครปฐม ตลอดจนมีบริษัทมารับซื้อ เช่น บริษัท บี.พี.อาหารสัตว์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทใน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CPF) และผู้จำหน่ายอิสระกว่า 400 ราย จึงทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นใน ผลิตภัณฑ์ของสุนทรฟาร์ม
ความยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคม
จากการเป็นฟาร์มครอบครัวสู่ระบบฟาร์มขนาดใหญ่ เรานำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ ตั้งแต่ระบบให้อาหาร อัตโนมัติ การเก็บไข่ด้วยสายพาน ไปจนถึงเครื่องคัดเกรด และบรรจุอัตโนมัติทำให้ไข่ทุกฟองมีคุณภาพสม่ำเสมอและผ่านการตรวจสอบ 100%
ยึดหลักธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เราดูแลฟาร์มด้วยแนวคิด “Zero Waste Farm” นำของ
เสียกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น การหมักปุ๋ยอินทรีย์และการใช้
พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน
เติบโตไปพร้อมกันกับพาร์ทเนอร์และเกษตรกรไทย
เราไม่เพียงผลิตเพื่อขายแต่เราสร้างระบบที่ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยและผู้ค้ารายใหม่ สามารถเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองได้อย่างมั่นใจ ด้วยการสนับสนุนทั้งด้านความรู้ การตลาด และเทคโนโลยี
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว King Eggs
หากคุณกำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนหรืออยากสร้างรายได้จากสินค้าคุณภาพที่ผู้บริโภคต้องการทุกวัน King Eggs พร้อมเดินไปกับคุณทุกขั้นตอน จากฟาร์มถึงตลาด
ด้วยมาตรฐาน ความจริงใจ และการเติบโตอย่างมีคุณค่า